8 สูตรรักษาฝ้า กระ จากธรรมชาติ ปลอดภัยและได้ผลจริง

336 จำนวนผู้เข้าชม  | 

8 สูตรรักษาฝ้า กระ จากธรรมชาติ ปลอดภัยและได้ผลจริง

8 สูตรรักษาฝ้า กระ จากธรรมชาติ ปลอดภัยและได้ผลจริง
      ปัญหาผิวหน้ายอดฮิตในกลุ่มสาววัยสตรองแบบเรา เห็นทีจะไม่พ้นจากปัญหา ฝ้า กระ และจุดด่างดำบนผิวหน้า ที่นับวันก็ยิ่งจะดูชัดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สีผิวดูไม่สม่ำเสมอ จนทำให้แอบเสียความมั่นใจ วิธีการรักษาฝ้ากระ และจุดด่างดำนัันมีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี ทั้งการใช้สารเคมี การยิงเลเซอร์ การใช้สกินแคร์จัดการจุดด่างดำ รวมไปจนถึงรักษาด้วยธรรมชาติที่ทำเองได้ง่าย ปลอดภัยและเห็นผล วันนี้ Sophist รวม 8 สูตรลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่ทำได้เอง และมีส่วนผสมจากธรรมชาติเน้นๆ 100% มาฝากสาวๆทุกท่านกันค่ะ

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ฝ้า กระ และจุดด่างดำเกิดขึ้นได้อย่างไร
      ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำนั้นเกิดจากภาวะไฮเปอพิกเมนเทชั่น (Hyperpigmentation) แปลได้ง่ายๆว่าเป็นภาวะที่ผิวของเราผลิตเม็ดสีออกมามากกว่าที่ควร จนทำให้เกิดจุดด่างดำ (Dark Spot) ที่มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันออกไปบนผิวหน้าของเรา โดยสามารถแบ่งปัญหาจุดด่างดำบนผิวหน้าออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ฝ้า (Melasma) เกิดจากเซลล์เมลาโนไซต์ในผิวกำพร้าผลิตเม็ดสีออกมามากเกินไป มีลักษณะเป็นรอยปื้นสีน้ำตาล มีขนาดและรูปทรงที่ไม่ตายตัว แบ่งเป็น ฝ้าตื้น และฝ้าลึก
  • กระ (Freckle) เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของเม็ดสีเมลานิน จนทำให้เกิดเป็นจุดดำๆ บนผิวหน้า ลำคอ หรือบริเวณหน้าอก มีขนาดเล็กกว่าฝ้า และมีรูปทรงที่ชัดเจนกว่า แบ่งเป็น กระตื้น กระลึก กระเนื้อ และกระแดด

สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายๆปัจจัยร่วมกัน 

  • พันธุกรรมและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน คนผิวขาวอาจเป็นกระได้ง่ายกว่า หรือคนท้องที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างรุนแรง จะมีปัญหาฝ้า กระ ถึง 90%
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การผลัดเซลล์ผิวก็จะช้าลง โปรตีนสำคัญในผิวก็ลดลงด้วยเช่นกัน (คอลลาเจน อิลาสติน) ทำให้เกิดปัญหาผิวได้ง่ายขึ้น
  • ผิวถูกทำร้ายโดยแสงแดด อย่างที่เราทราบกันว่าประเทศไทยบ้านเรานั้นแดดแรงมากๆ เมื่อผิวของเราต้องสัมผัสกับแสงแดดเป็นประจำทุกวัน ก็จะถูกทำร้ายโดยรังสียูวี และเกิดจุดด่างดำได้ 
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิดและการรักษาทางการแพทย์ เช่น ในกลุ่มของผู้ที่ทานยาคุมกำเนิด เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนในยาคุมจะกระตุ้นให้ผิวผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดปัญหาฝ้า กระ หรือในกลุ่มที่ทำทรีทเมนท์ บำบัดผิวหน้าด้วยการเลเซอร์ (laser) ก็จะมีโอกาสที่ผิวเกิดฝ้า กระ ได้ง่ายเช่นเดียวกัน
  • รอยแผลเป็นจากสิวบนผิวหน้า เมื่อสิวอักเสบหรือสิวอุดตันหายไปแล้ว แต่ยังทิ้งร่องรอยเอาไว้ โดยรอยสิวนั้นเกิดจากการอักเสบและอุดตันของรูขุมขนใต้ผิวหนัง เมื่อมีอาการอักเสบร่างกายจะหลั่งสารชักนำการอักเสบออกมา โดยสารตัวนี้จะเป็นตัวการให้มีเม็ดสีเมลานินเพิ่มมากขึ้นด้วย ส่งผลให้เกิดเป็นรอยดำนั่นเองค่ะ

    สูตรรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำ จากธรรมชาติ 

    มะละกอ
  1. มะละกอ เพราะตัวมะละกอจัดอยู่ในกลุ่มกรดผลไม้ผลัดเซลล์ผิว (AHA) ซึ่งมีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายออกไป ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสและดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยเอามะละกอสุก มาบดหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกบนผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 

    ว่านหางจระเข้
  2. ว่านหางจระเข้ มีส่วนช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเช่นกันค่ะ โดยให้ใช้ว่านหางจระเข้ 1 ใบเล็ก หรือ ½ ใบใหญ่ นำมาแช่น้ำประมาณ 10-15 นาที จากนั้นปอกเปลือกออก แล้วบดเนื้อให้ละเอียด นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

    ไข่ขาว
  3. ไข่ขาว เพราะในไข่ขาวอุดมไปด้วยวิตามินเอ และมีโปรตีนสูง มีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิวได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ใช้ไข่ขาว 1 ฟอง นำมาทาลงให้ทั่วหน้า โดยเฉพาะในบริวเณที่มีฝ้า กระ ทิ้งไว้ 10-15 นาที เช็ดออกด้วยสำลีชุบน้ำอุ่น และล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ไข่ขาวนอกจากช่วยลดฝ้า กระได้แล้วนั้น ยังช่วยลดความมันบนผิวหน้า ลดสิวเสี้ยน และยังช่วยลดเลือนริ้วรอยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

    มะขามเปียก
  4. มะขามเปียก ใช่ค่ะ มะขามเปียกตัวเดียวกับที่เราใช้ทำอาหารเลย เพราะอย่างที่เราทราบกันดีกว่ามะขามมีรสเปรี้ยว และมีสภาพเป็นกรด และจัดเป็นกรดผลไม้ผลัดเซลล์ผิว (AHA) โดยใช้น้ำมะขามเปียกประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (อาจผสมนมจืดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น) มาพอกหรือทาบางๆในบบริเวณที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

    มะนาว
  5. น้ำมะนาวหรือเลม่อน ด้วยสภาพที่เป็นกรดเหมือนมะขาม มะนาวหรือเลม่อนจึงจัดเป็นกรดผลัดเซลล์ผิว (AHA) ที่มีส่วนช่วยลดเลือนจุดด่างดำอย่างได้ผล แถมยังลดอาการอักเสบของผิวได้ด้วย สูตรนี้ง่ายมาก เพียงแค่เราใช้น้ำมะนาวแต้มลงบนบริเวณที่เป็นฝ้า กระ แล้วทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

    ขมิ้นชัน
  6. ขมิ้นชัน สมุนไพรสีเหลืองเข้มติดครัวของเราตัวนี้ มีส่วนช่วยในการลดสารเมลานินบนผิวหนัง ช่วยให้ปัญหาจุดด่างดำดูจางลงได้ นอกจากนั้นในขมิ้นชันยังมีสารเคอคูมิน (Curcumin) ที่มีฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระ และยังช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย สูตรนี้ง่ายมากค่ะ เพียงนำผงขมิ้นชันประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับนมสดหรือน้ำเปล่าประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันดี จากนั้นนำมาพอกทิ้งไว้ให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด 

    แตงกวา
  7. แตงกวา ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่าเจ้าแตงกวา ผลยาวสีเขียวที่เรานิยมรับประทานกันนั้นจะมีส่วนช่วยผลัดเซลล์ผิวด้วยเช่นกันค่ะ เพราะในแตงกวาอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และฟอสฟอรัส นอกไปจากนี้ยังมีสารซิสทิน (Cystin) และสารเมธิโอนิน (Methionin) ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย สูตรนี้ให้ปอกเปลือกแตงกวาออก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใช้ผ้าขาวบางคั้นเอาแค่น้ำ (หรือจะใช้แบบเนื้อปั่นก็ได้) นำมาทาให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

    ใบบัวบก
  8. ใบบัวบก ผักพื้นบ้าน ที่ยิ่งทานคู่กับน้ำพริกยิ่งมีรสเด็ด นอกจากรสชาติที่เป็นที่ถูกปากของคนไทยแล้วนั้น ใบบัวบกยังมีฤทธิ์ด้านสารอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี มีส่วนช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนผิวหน้า และยังมีส่วนช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อีกด้วย เพียงเรานำใบบัวบกประมาณ 1 ถ้วย มาตำหรือปั่นให้พอละเอียด กรองเอาแต่น้ำ (อาจผสมน้ำสะอาดเพื่อเจือจาง) จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำใบบัวบกเพื่อเช็ดทำความสะอาดผิวหลังการล้างหน้า ก็จะช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนผิวหน้าได้ค่ะ 

ข้อควรระวังสำหรับสูตรมาส์กหน้าลดเลือนจุดด่างดำ
  1. ไม่ควรใช้สูตรผลัดเซลล์ผิวเหล่านี้เกิน 3 ครั้ง/สัปดาห์ เพราะจะเป็นการรบกวนผิวมากเกินไป อาจทำให้ผิวอ่อนแอ แพ้ง่ายได้
  2. หลังการมาส์กหน้าควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวทุกครั้ง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอน วิตามินอี เชียบัตเตอร์ เมือกหอยทาก น้ำมันจากธรรมชาติ (โจโจบ้า รำข้าว อัลมอนด์) เป็นต้น
  3. หากใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารตระกูล HA อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สูตรมาส์กเหล่านี้เพิ่มเติม แต่ถ้าหากอยากใช้ ก็ให้หยุดใช้สกินแคร์ที่ใช้อยู่ในวันนั้นๆ
  4. ปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดในปริมาณที่เพียงพอ เป็นประจำทุกวัน เพราะการผลัดเซลล์ผิวจะทำให้ผิวบางลง และไวต่อแสงมากยิ่งขึ้น
  5. สภาพผิวของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผิวของเราแพ้ส่วนผสมที่นำมาส์กหน้าหรือไม่ หากมีอาการแพ้ให้ล้างออกทันที

Powered by MakeWebEasy.com