ชวนมาทำความเข้าใจ ค่า SPF และค่า PA ในครีมกันแดดคืออะไร

160 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชวนมาทำความเข้าใจ ค่า SPF และค่า PA ในครีมกันแดดคืออะไร


ค่า SPF และค่า PA ในครีมกันแดดคืออะไร

ผลิตภัณฑ์กันแดด หรือ ครีมกันแดด เป็นสิ่งที่เราไม่ควรใช้เป็นประจำทุกวัน แม้ในวันที่ฝนตก แดดออก หรือเมฆหนาครึ้มก็ตาม เพราะผิวของเรามีโอกาสที่จะถูกทำร้ายโดยคลื่นรังสีที่พบในแสงแดดได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นทั้งรังสี UVA, UVB หรือรังสีอินฟราเรด มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญว่าเราควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 เป็นต้นไป และควรเลือกค่า PA ที่สูงเช่นเดียวกัน แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ค่า SPF และค่า PA ที่ระบุอยู่ในครีมกันแดดคืออะไร ช่วยปกป้องผิวเราจากอะไร จำเป็นต้องเลือกที่ค่าไหน วันนี้ Sophist Medic มีข้อมูลควรรรู้เกี่ยวค่า SPF และ PA ในครีมกันแดดมาบอกกันค่ะ

 

ค่า SPF ในครีมกันแดดคืออะไร ป้องกันอะไร

มาเริ่มที่ตัวแรกกันก่อนกับค่า SPF ซึ่งย่อมาจากคำว่า Sun Protection Factor เป็นค่าที่บอกความสามารถในการปกป้องผิวของเราจากรังสี UVB ที่ทำให้ผิวของเราแดง หรือแสบไหม้ ยิ่งค่า SPF สูงมากเท่าไหร่ ก็เท่ากับว่าครีมกันแดดตัวนั้นๆ จะยิ่งป้องกันผิวของเราจากอาการแดง และแสบไหม้ได้มากขึ้นเท่านั้น

 

ค่า SPF คืออะไร spf 50 pa+++ คืออะไร  spf ใช้ป้องกันรังสีอะไร

ตัวอย่างเช่น ปกติผิวของเราจะเริ่มไหม้เมื่อยืนอยู่กลางแดดประมาณ 20 นาที แต่เมื่อเราทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 จะสามารถปกป้องผิวของเราไม่ให้แสบไหม้ได้นานถึง = 20x30 = 600 นาที (หรือประมาณ 10 ชั่วโมง) แต่จริงๆ แล้วคงไม่มีใครที่จะอยู่กลางแดดเป็นเวลานานติดต่อกันได้มากขนาดนั้น แต่การเลือก SPF มักจะเปลี่ยนไปตามกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำในแต่ละวันค่ะ

  • หากอยู่ในที่ร่มเป็นส่วนใหญ่ อาจเลือกใช้ค่า SPF15 ที่สามารถป้องกัน UVB ได้ประมาณ 93.9%
  • หากต้องเดินกลางแจ้งเป็นประจำ สลับกับการเข้าออกอาคาร เลือกใช้ค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป สามารถปกป้องผิวจาก UVB ได้ประมาณ 96.7%
  • หากต้องทำงานกลางแจ้ง เดินป่า ปีนเขา ไปทะเล ให้เลือกใช้ค่า SPF50+ (เป็นค่าสูงสุดที่กฎหมายให้ระบุได้) เพื่องปกป้องผิวจากแดดจัดๆ สามารถปกป้อง UVB ได้สูงถึง 98%

 

ค่า SPF ยิ่งสูง ยิ่งดีจริงไหม?

คำตอบ คือใช่ ยิ่งค่า SPF สูงมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยปกป้องผิวของเราจากรังสี UVB มากขึ้นเท่านั้น การเลือกใช้กันแดดค่า SPF สูง อาจเหมาะสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้

  • ผู้ที่ต้องออกแดดจัด ตากแดดเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่ใช้ครีมกันแดดไม่ถึงปริมาณที่แนะนำ เช่น ทากันแดดไม่ถึง 1 ช้อนชา (หรือประมาณ 2 ข้อนิ้ว) การเลือกใช้กันแดดที่มี SPF สูง จะช่วยปกป้องจากรังสี UVB ได้มากกว่า

แต่สำหรับกลุ่มที่อยู่ในอาคาร ตึก หรือที่ร่มเป็นส่วนใหญ่ สามารถเลือกใช้ SPF30 ก็เพียงพอแล้ว แต่ต้องทาในปริมาณที่เพียงพอ (1 ช้อนชา หรือ 2 ข้อนิ้ว) ไม่ทาน้อยจนเกินไป

 

ค่า PA ในครีมกันแดด คืออะไร?


ค่าpa+++ หมายถึง ค่า pa ในครีมกันแดด คืออะไีร

ค่า PA ย่อมาจาก Protection Grade of UVA ใช้บ่งบอกประสิทธิภาพในการปกป้องผิวของเราไม่ให้ถูกทำร้ายโดย UVA ซึ่งเป็นรังสีที่มีคลื่นความยาวมากที่สุดและทำร้ายผิวของเราอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยร่องลึก เหี่ยวย่น เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำที่ฝังลึกและจัดการได้ยาก โดยค่า PA จะมีสัญลักษณ์ + ตามมาด้วย โดยจะมีตั้งแต่ 1ตัว ไปที่ค่ามาที่สุดคือ 4 ตัว (++++) โดยความหมายของการปกป้องผิวของค่า PA ได้แก่

  • PA+ คือ ครีมกันแดดสามารถช่วยปกป้องผิวจาก UVA ได้มากกว่าผิวที่ยังไม่ทาครีมกันแดดประมาณ 2-4 เท่า
  • PA++ คือ ครีมกันแดดสามารถช่วยปกป้องผิวจาก UVA ได้มากกว่าผิวที่ยังไม่ทาครีมกันแดดประมาณ 4-8 เท่า
  • PA+++ คือ ครีมกันแดดสามารถช่วยปกป้องผิวจาก UVA ได้มากกว่าผิวที่ยังไม่ทาครีมกันแดดประมาณ 8-16 เท่า
  • PA++++ คือ ครีมกันแดดสามารถช่วยปกป้องผิวจาก UVA ได้มากกว่าผิวที่ยังไม่ทาครีมกันแดดมากกว่า 16 เท่า ซึ่งเป็นค่าสูงที่สุด

ดังนั้นแล้วยิ่งเราเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า PA สูงมากเท่าไหร่ ก็จะช่วยปกป้องผิวของเราจากรังสี UVA มากขึ้นเท่านั้น

 

เราควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA เท่าไหร่จึงจะเหมาะสมมากที่สุด?

ความจริงแล้วนั้นการจะเลือกใช้ค่า SPF และค่า PA ในครีมกันแดดขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากอยู่ในที่ร่ม ตึก หรืออาคารเป็นประจำ กันแดด SPF30+ PA+++ ก็สามารถปกป้องผิวจากรังสีในแสงแดดได้แล้ว หรือหากต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF/PA สูงๆ เช่น SPF50+ PA++++ (ทั้งนี้ต้องใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอ และหมั่นเติมครีมกันแดดทุกๆ 2-3 ชั่วโมง)

 

วิธีเลือกซื้อและใช้ครีมกันแดดอย่างถูกต้อง เทคนิคเลืือกใช้ครีมกันแดด

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการเลือกใช้ครีมกันแดด

  • เลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA ที่เหมาะสมกับระดับกิจกรรมที่ต้องทำ ยิ่งต้องอยู่ท่ามกลางแดดจัดมากแค่ไหน ก็ควรใช้ค่า SPF/PA ที่มีค่าสูง
  • ปริมาณครีมกันแดดที่แนะนำให้ใช้ คือ 2 ข้อนิ้วหรือ 1 ช้อนชา สำหรับการทาทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ เพื่อช่วยเสริมการปกป้องผิวจากรังสีในแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF/PA สูงๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการแพ้และอุดตันได้
  • ผิวของเราอาจไม่ได้รับการปกป้องรังสีจากครีมกันแดดได้ครบ 100% เพราะปัจจัยต่างๆ เช่น การทาครีมกันแดดในปริมาณที่น้อยเกินไปตั้งแต่แรก การระเหยของครีมกันแดด ครีมกันแดดถูกน้ำ เหงื่อ หรือฝน ทำให้หลุดลอก และป้องกันรังสีได้ไม่เต็มที่ จึงควรทำกันแดดซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อเสริมประสิทธิภาพการปกป้องผิว
  • เลือกใช้ครีมกันแดดที่ระบุว่า Water-resistant จะเป็นสูตรกันเหงื่อ กันน้ำ ป้องกันกันแดดหลุดลอกระหว่างวัน หรือหากต้องเจอน้ำมากๆ เช่น ไปทะเล เล่นน้ำ หรือดำน้ำ ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่ระบุว่า Water-Proof


รู้แบบนี้แล้วก่อนการเลือกซื้อกันแดดในครั้งถัดไป อย่าลืมพิจารณาเลือกซื้อครีมกันแดดที่มีค่า SPF/PA ที่เพียงพอและเหมาะสมกับระดับกิจกรรมที่ทำ ใช้ครีมกันกันแดดในปริมาณที่เพียงพอเป็นประจำทุกวัน และหมั่นทาครีมกันแดดทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำร้ายจากรังสี UV ในแสงแดด

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้