ประเภทของมอยส์เจอไรเซอร์ และวิธีการเลือกใช้ให้ถูกต้อง

631 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประเภทของมอยส์เจอไรเซอร์ และวิธีการเลือกใช้

 ประเภทของมอยส์เจอไรเซอร์และวิธีใช้

      “ผิวแห้งเสีย” ปัญหาแสนหนักใจของสาวๆหลายคน ที่เราต่างจะเข้าใจกันดีเหลือเกิน เพราะไม่ว่าจะตอนไหน อากาศจะร้อนจัด หนาวเย็นหรืออุณหภูมิปกติก็ตาม ถ้าหน้าจะแห้ง มันก็แห้งได้ตลอด แห้งแบบไม่มีอะไรมากั้น จนทำให้เกิดปัญหาผิวลอกเป็นขุย จะแต่งหน้าปกปิดอย่างไรก็ไม่จางหายไป ซ้ำยังทำให้แต่งหน้ายากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า แต่ก็น่าแปลกใจที่เราเองก็เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวแล้ว แต่ทำไมปัญหาหน้าแห้งยังไม่ดีขึ้นสักที วันนี้ Sophist ขอพาสาวๆทุกท่าน มาทำความรู้จักมอยส์เจอไรเซอร์แต่ละชนิดกันแบบชัดๆ ให้เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวและเห็นผลเรื่องผิวแห้งเสียที่ดีกว่าเก่า

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาผิวแห้งกันก่อน

      จริงๆแล้วหลายคนอาจสับสนระหว่าง “ผิวแห้ง” และ “ผิวขาดน้ำ” เพราะอาการที่แสดงออกนั้นเหมือนกัน คือ ผิวแห้ง แตก ลอกเป็นสะเก็ดหรือขุย ทั้งยังมีอาการแสบ แดง และคันได้เหมือนกันอีกด้วย แต่แท้ที่จริงแล้ว ผิวแห้ง และผิวขาดน้ำนั้นเกิดมาจากคนละสาเหตุค่ะ

  ผิวแห้ง คือ ผิวที่มีปัญหาแห้งเสียมาตั้งแต่เกิด มีสาเหตุหลักมาจากต่อมไขมันในชั้นใต้ผิวผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวได้น้อยกว่าผิวแบบอื่นๆ การเรียงตัวของเซลล์ผิวไม่เป็นระเบียบเท่าผิวแบบอื่น (ผิวผสม ผิวธรรมดา หรือผิวมัน) น้ำในผิวจึงระเหยออกสู่ภายนอกได้มากตลอดเวลา ข้อได้เปรียบของสาวๆที่มีผิวแห้งคือรูขุมขนจะค่อนข้างเล็กกว่า แต่ข้อเสียคือ หากขาดการบำรุงที่เหมาะสมเมื่อไหร่ล่ะก็ ผิวจะเริ่มมีอาการคัน แดง และลอกเป็นขุย

  ผิวขาดน้ำ เป็นภาวะที่ผิวขาดสมดุลของน้ำเป็นการชั่วคราว เกิดได้กับผิวทุกประเภท ทั้งผู้ที่มีผิวผสม ผิวธรรมดา หรือผิวมัน (ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดน้ำจึงมักจะมีรูขุมขนกว้าง) ซึ่งไม่เป็นปัญหาที่จะเจอไปตลอดเวลาเหมือนภาวะผิวแห้ง โดยปัจจัยที่กระตุ้นให้ผิวเกิดภาวะขาดน้ำนั้นมีมาจากหลายๆปัจจัยเช่นกันค่ะ เช่น การดื่มน้ำน้อย ความเครียดสะสม การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การอยู่ในสถานที่ที่อากาศร้อนจัดหรือหนาวจัดเป็นเวลานาน รวมไปจนถึงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ 

โดยปัญหาผิวที่เป็น ผิวแห้ง หรือ ผิวขาดน้ำ นั้นสามารถดูแลรักษาได้เหมือนกัน ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น (Moisturizer) ให้กับผิว หลักสำคัญคือต้องเลือกประเภทของมอยส์เจอไรเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเองค่ะ

ส่วนผสมที่คนผิวแห้งควรมองเมื่อเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์

      สาวๆหลายคนอาจเข้าใจว่ามอยส์เจอไรเซอร์ทุกตัวนั้นไม่แตกต่างกัน แต่ความจริงแล้วนั้นส่วนผสมที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ค่ะ

ประเภทของมอยส์เจอไรเซอร์

1.กลุ่ม Humectant สารที่ช่วยดูดซับความชุ่มชื้นมาให้ผิว โดยสารกลุ่มนี้จะดูดเอาความชื้นจากอากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัว มาสู่ผิวของเรา ทำให้ผิวของเรามีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น แต่กลับกันหากสภาพอากาศรอบตัวเรามีความชุ่มชื้นไม่เพียงพอ (มีค่าความชื้นในบรรยากาศน้อยกว่า 70%) สารกลุ่ม Humectant นี้ก็จะดูดเอาความชื้นจากหนังแท้ของเรามายังผิวชั้นบนสุดแทน ซึ่งอาจทำให้ผิวของเราแห้งเสียกว่าเดิมได้ในระยะยาว

ข้อควรระวัง : การใช้กลุ่ม Humectant เพียงตัวเดียวในช่วงที่ความชื้นในอากาศต่ำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวแห้งเสีย จะไม่สามารถช่วยลดปัญหาผิวแห้งเสียได้ดีเท่าที่ควร จำเป็นที่จะต้องใช้ควบคู่ไปกับสารเพิ่มความชุ่มชื้นตัวอื่นๆที่จะกล่าวต่อไปร่วมด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ตัวอย่างสารกลุ่ม Humectant ได้แก่ Urea, Hyaluronic Acid propylene, glycerol, hexylene, glycolbutylene glycol Glycerin, Panthenol, Sorbital เป็นต้น

กลุ่ม Occlusive

2.กลุ่ม Occlusive สารที่ป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว

ด้วยการปิดหรือเคลือบผิวชั้นนอกเอาไว้ สารในกลุ่มนี้จะมีเนื้อหนัก เข้มข้น เช่น น้ำมันต่างๆ (Vegeatable Oils) ปิโตรเลียมเจล (Petroleum Jelly) หรือขี้ผึ้ง (Beeswax) สารในกลุ่มนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งมาก เพราะจะช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างเข้มข้น แต่สำหรับสาวๆที่มีปัญหาผิวแห้งขาดน้ำเฉยๆ โดยพื้นฐานอาจจะเป็นคนผิวมัน หรือผิวผสมอยู่นั้น ก็จะไม่เหมาะกับสารกลุ่ม Occlusive ค่ะ อาจจะทำให้เกิดอาการอุดตันมาเป็นของแถมแทน

ตัวอย่างสารกลุ่ม Occlusive  ปิโตรเลียมเจล (Petroleum Jelly) Silicone (cyclomethicone, dimethicone),ขี้ผึ้ง (Beeswax)Tocopheral หรือวิตามินอี Squalane คือ น้ำมันที่สกัดได้จากมะกอก รำข้าว หรือจมูกข้าวสาลี Corn oil, Grape Seed Oil, Caster oil Lecithin คือ สารสกัดจากถั่วเหลือง เป็นสารทดแทนเซราไมด์ ที่ราคาถูกกว่า


3.กลุ่ม Emollient ที่ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ลื่น อ่อนนุ่มหลังใช้

สารกลุ่มนี้จะทำหน้าเคลือบร่องผิวในชั้นหนังกำพร้า จึงช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ระดับหนึ่ง (ประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้นน้อยกว่า 2 กลุ่มแรก) สารกลุ่ม Emollient ที่พบในสกินแคร์บ่อยๆ ได้แก่ Ceramides, cyclomethicone, dimethicone copolyol, glyceryl sterates เป็นต้น

      โดยทั่วไปแล้วผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น (Moiturizer) ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของสารทั้ง 3 กลุ่มนี้อยู่แล้ว เพื่อให้แต่ละตัวทำงานเสริมกันได้ดียิ่งขึ้น โดยอาจจะมีข้อระวังในการเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ ดังนี้

ข้อระวังในการเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์

1.หากมีผิวแห้งมากๆ ให้หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกลุ่ม Humectant ประเภทเดียว ทางที่ดีควรใช้สารกลุ่ม Occlusive ที่มีเนื้อเข้มข้น ล็อคความชุ่มชื้นแบบแน่นๆ และกลุ่ม Emollient ร่วมด้วย 

2.หากสาวๆคนไหน ผิวมัน ผิวผสม หรือผิวธรรมดา ก็ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกลุ่ม Occlusive ในปริมาณมาก เพราะอาจะเสี่ยงทำให้เกิดการอุดตัน และให้เลือกใช้กลุ่ม Humectant หรือ Emollient ที่มีเนื้อบางเบากว่าแทน

      รับรองได้เลยค่ะว่า เมื่อเราเข้าใจถึงความแตกต่างของสารเพิ่มความชุ่มชื้นแต่ละประเภท เราก็จะสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีขึ้นกว่าเก่า ปัญหาผิวแห้งเสียที่เจออยู่ก็จะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับแน่นอน นอกจากการบำรุงผิวด้วยสกินแคร์แล้วนั้น อย่าลืมปรับพฤติกรรมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายในด้วยนะคะ ด้วยการดื่มน้ำสะอาดให้เยอะขึ้น หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ร้อนจัด หนาวจัดเป็นเวลานาน และอย่าลืมนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะคะ

Powered by MakeWebEasy.com