7 ขั้นตอนบำรุงผิวขั้นพื้นฐาน สำหรับผิวแห้งเสีย

1015 จำนวนผู้เข้าชม  | 

7 ขั้นตอนบำรุงผิวขั้นพื้นฐาน สำหรับผิวแห้งเสีย

 

วิธีการดูแลผิวแห้งเสียและแพ้ง่าย สกินแคร์รูทีน ผิวแห้งเสีย

 

“ผิวแห้งมาก” “ผิวแห้งเสีย” ปัญหาผิวสุดแสนกวนใจสำหรับใครหลายๆคน เมื่อผิวแห้งกร้าน เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ของเราก็จะเสียสมดุล ทำให้เกิดสารพัดปัญหาผิวตามมาอีกมากมาย แต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะผิวแห้งเสียสามารถดูแลได้ด้วยการบำรุงผิวอย่างถูกวิธี วันนี้ Sophist มี 7 ขั้นตอนพื้นฐาน ที่จะช่วยบำรุงและรักษาปัญหาผิวแห้งเสียให้ดีขึ้นได้มาฝากกัน

 

ผิวแห้งเสีย เกิดจากอะไร 

เมื่อผิวชั้นนอก (Epidermis) ไม่แข็งแรง ทำให้ผิวแห้งเสียและแพ้ง่าย

 

ผิวแห้งเสีย (Dry Skin หรือ Xerosis) เป็นปัญหาที่เกิดจากการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวให้กับชั้นบรรยากาศภายนอกมากเกินกว่าปกติ เพราะ “เกราะป้องกันผิว (Skin Bariier) เกิดการเสื่อมสภาพเพราะถูกทำร้ายจากปัจจัยต่างๆ ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ได้แก่ อายุที่เพิ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย การถูกทำร้ายจากมลภาวะภายนอก การนอนหลับพักผ่อน เป็นต้น เมื่อผิวสูญเสียน้ำจำนวนมาก จึงทำให้เกิดปัญหา “ผิวแห้งเสีย” ซึ่งปัญหาผิวแห้งเสียเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกช่วงอายุ ทุกสภาพผิว (ผิวมัน ผิวผสม) โดยระดับของความแห้งเสียจะแตกต่างกันออกไป

 

7 ขั้นตอนบำรุงผิว สำหรับผิวแห้งเสีย

ปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้งเสียนั้นมีมากมาย โดยระดับความรุนแรงของปัญหาผิวแห้งเสีย หยาบกร้านนั้นมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน แต่ขั้นตอนดูแลและบำรุงผิวขั้นพื้นฐานสำหรับผิวแห้งเสีย สามารถแบ่งออกเป็น 7 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้ 

 
ผู้ที่มีผิวแห้งเสียและแพ้ง่าย ควรเลือกใช้ผลิตภณฑ์ที่อ่อนโยน เพื่อทำความสะอาดผิวหน้า
 
  1. การล้างทำความสะอาดผิว (Cleanser)

    การทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจดเป็นสั่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นช่วงหลังตื่นนอน หรือการทำความสะอาดผิวก่อนเข้านอน เพราะบนผิวหน้าของเราจะมีคราบน้ำมัน และสิ่งสกปรกต่างๆอยู่ หากสาวๆแต่งหน้า ควรใช้น้ำยาลบเครื่องสำอาง (Cleansing) ลบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออกจากผิวให้หมดจด เราแนะนำให้ผู้ที่มีผิวแห้งเลือกใช้ cleansing ประเภทเนื้อบาล์ม (Balm) เนื้อเจล หรือเนื้อน้ำมัน (Oil) สำหรับล้างเครื่องสำอาง ซึ่งอ่อนโยนและช่วยลดการเสียดสีบนผิวได้ดีกว่า เพราะไม่ต้องใช้สำลีเช็ด และอีกสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง คือ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ใช้ควรอ่อนโยน ปราศจากส่วนผสมที่สร้างอาการระคายเคืองกับผิวจำพวกสารลดแรงตึงผิว (SLS)


    เริ่มการบำรุงผิวด้วยการบำรุงเฉพาะจุด เช่น ยาแต้มสิว ยารักษาฝ้า จุดด่างดำ เป็นต้น

  2. การบำรุงเฉพาะจุด (หากมี)

    ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการปัญหาผิวของแต่ละบุคคล เช่น ยารักษาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือรอยแผล เป็นต้น เพราะสกินแคร์ในกลุ่มยาจะต้องสัมผัสผิวให้เยอะที่สุด จึงจะออกฤทธิ์รักษาได้เต็มที่ การทายาเฉพาะจุดในอันดับต้นๆจึงเหมาะกว่า 

    - ในช่วงที่ใช้ยารักษาเฉพาะจุด ให้หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีค่าเป็นกรดสูง เช่น วิตามินซี AHA / BHA / PHA หรือกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid) เพราะผิวของเราอาจแห้งเสียมากกว่าเดิม

  3. ทรีทเมนท์ หรือเอสเซนท์

    หรือที่เราคุ้นในชื่อ “น้ำตบ” นั่นเองค่ะ ด้วยเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างเหลว (เมื่อเทียบกับเนือ้อื่นๆ) เราสามารถลงทรีทเมนท์หรือเอสเซนท์เป็นขั้นตอนต้นๆ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวและปรับผิวให้พร้อมกับการบำรุงสกินแคร์ในขั้นตอนต่อไป สาวๆที่มีผิวแห้งควรเลือกใช้น้ำตบ ในกลุ่มที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น กรดไฮยาลูรอน คอลลาเจน หรือเซราไมด์


    ผู้ที่มีผิวแห้งควรเลือกใช้ serum ในกลุ่มที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว เช่น กรดไฮยาลูรอนิก คอลลาเจน เป็นต้น

  4. เซรั่ม (Serum)

    ด้วยเนื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นขึ้นมาอีกระดับ เราสามารถลงเซรั่มต่อจากทรีทเมนท์/เอสเซนท์ โดยเซรั่มจัดเป็นสกินแคร์ที่มีความเข้มข้นของสารบำรุงค่อนข้างสูงเลยทีเดียว สาวๆสามารถเลือกใช้เซรั่มที่มีส่วนช่วยจัดการปัญหาผิวแห้งเสียและปรับผิวให้แข็งแรงขึ้น ด้วยการเลือกใช้เซรั่มที่มีส่วนผสมที่น่าสนใจ ดังนี้

      สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เช่น Vitamin A, B3, C และ E สารสกัดจากชาเขียว เมล็ดองุ่น หรือสารสกัดจากทับทิม เป็นต้น

      เรตินอยด์ (Retinoid) ที่จะช่วยเร่งกระบวนการสร้างเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย เช่น Retinol, Retinaldehyde, Retinoic Acid หรือ Adapalene หรืออาจเลือกใช้บากูชิล (Bakuchiol) แทนในกรณีที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย  

     

  5. มอยส์เจอไรเซอร์

    ขั้นตอนสำคัญในการบำรุงผิวของผิวทุกประเภท (ทั้งผิวมัน ผิวแห้ง และผิวผสม) เพราะผิวนั้นถูกทำร้ายอยู่ตลอดเวลาจากปัจจัยภายในและภายนอก การใช้มอยส์เจอไรเซอร์จึงเหมือนการเสริมสร้างเกราะปราการผิวที่ดี (Skin Barrier) เพราะผิวที่มีความชุ่มชื้น อิ่มน้ำ คือผิวที่แข็งแรง!!! โดยเฉพาะสาวๆที่ผิวแห้งเสียไม่ควรข้ามขั้นตอนนี้ไปเด็ดขาด และควรบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเข้มข้น ได้แก่ เนื้อครีม (Cream) เนื้อโลชั่น (Lotion) หรือเนื้อน้ำมัน (Oil) เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและบำรุงผิวหน้าได้อย่างเต็มที่


    Sophist Age-Delay Collection มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวแห้งเสีย แพ้ง่าย ผ่านการทดสอบทางผิวหนัง

    Sophist Age-Delay Collection มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวแห้งเสีย
    เราขอแนะนำเวชสำอางบำรุงผิวหน้า ที่พัฒนาสูตรมาเพื่อผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งเสีย แพ้ง่ายและเข้าบำรุงเรื่องริ้วรอยโดยเฉพาะ

      ด้วยเนื้อครีมสูตรเข้มข้น ที่เราพัฒนาสูตรมาให้ตรงกับความต้องการของผู้ที่มีผิวแห้งเสีย เนื้อครีมเข้มข้น ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างยาวนาน
      ผสานสารสกัดจากธรรมชาติ ที่เราคัดสรรมาแล้วอย่างดี ทั้งสารสกัดจากใบบัวบก ผักบุ้งทะเล และว่านหางจระเข้ ที่จะตรงเข้าช่วยลดปัญหาผิวแห้งเสีย เติมความชุ่มชื้น ลดอาการผิวแห้ง คัน และอักเสบได้อย่างตรงจุด
      ผนวกเทคโนโลยีอนุภาคขนาดนาโนไขมัน (SLNs) นวัตกรรมแห่งการบำรุงผิว ที่จะช่วยผลักสารสำคัญลงสู่ชั้นเซลล์ผิวได้ดีกว่า ขยายระยะเวลาการออกฤทธิ์ของทุกๆสารสกัด มั่นใจได้ว่าผิวของคุณจะได้รับการบำรุงได้ยาวนานยิ่งกว่า หลังจากการใช้ผลิตภัณฑ์
      เสริมพลังแห่งการชะลอวัยให้กับผิว ด้วยสุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระจากผลปาล์มแดงธรรมชาติ “Vitamin E Tocotrienols” ออกฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระเข้มข้น 60 เท่า ชะลอการเกิดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยร่องลึก ได้เป็นอย่างดี

    ทั้งหมดนี้ใน Sophist Age-Delay Collection Day&Night Cream ที่มั่นใจได้แน่นอนว่าปลอดภัย ไร้สารอันตราย ผ่านการทดสอบทางผิวหนัง 

     

    ผิวบริเวณรอบดวงตา เป็นอีกส่วนที่แห้งง่ายเช่นกัน หากไม่ได้รับการบำรุงจะทำให้ริ้วรอยรอบดวงตาชัดขึ้น

  6. ครีมบำรุงใต้ตา (Eye Cream)

    สาวๆอย่าลืมบำรุงผิวบริเวณรอบดวงตากันด้วยนะคะ เพราะผู้ที่มีผิวแห้งเสีย ย่อมเจอปัญหาผิวแห้งทั่วทั้งผิวหน้า หลายๆคนอาจให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวหน้า จนลืมบำรุงผิวรอบดวงตาไป หากปล่อยให้ผิวบริเวณนี้แห้งเสียมากเกินไป ก็จะทำให้มองเห็นรอยย่นที่หางคิ้ว หรือรอยตีนกาชัดขึ้นได้ เราแนะนำให้ลงครีมบำรุงใต้ตาเป็นตัวหลังสุด (ทั้งตอนเช้าและก่อนเข้านอน) ข้อสำคัญคือลงให้ห่างจากขนตาประมาณ 1-2 เซนติเมตร โดยใช้ปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว ค่อยๆกดให้เนื้อครีมซึมลงผิวด้วยนิ้วนาง ย้ำว่าออกแรงกดให้เบาที่สุดค่ะ เพราะผิวบริเวณใต้ตาจะบอบบางเป็นพิเศษ หากทาครีมรอบดวงตาแล้วยังมีครีมเหลืออยู่ สาวๆสามารถนำครีมมาทารอบๆริมฝีปากต่อได้

     

    การใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งเสีย ป้องกันผิวแห้งกว่าเก่า

  7. ครีมกันแดด (ก่อนออกแดด)

    ขั้นตอนสำคัญในการปกป้องผิว (Skin Protect) เพื่อไม่ให้ผิวของเราถูกทำร้ายทำร้ายจากรังสีในแสงแดด และสารอนุมูลอิสระ เราควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดทุกวัน ในปริมาณที่เพียงพอ คือ ประมาณ 2 ข้อนิ้วชี้ หรือเหรียญ 10 บาท 2 เหรียญ สาวๆที่มีผิวแห้งเสียและแพ้ง่าย อาจเลือกใช้เป็นผลิตภัณฑ์กันแดดแบบฟิสิคอล (Physical Sunscreen) ที่จะทำหน้าที่สะท้อนแสงออกจากผิว โดยไม่มีสารเคมีกันแดดซึมเข้าสู่ผิวเหมือนผลิตภัณฑ์กันแดดแบบเคมิคอล (Chemical Sunscreen) 

 

ผิวแห้งเสียแค่ไหน ก็สามารถรักษาและจัดการให้ดูดีขึ้นได้ เพียงสาวๆนำเอา 7 ขั้นตอนการบำรุงผิวนี้ไปปรับใช้กัน และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยกับผิวแห้งเสีย พยายามหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจสร้างอาการระคายเคืองให้กับผิวและอาจทำให้ผิวแห้งกร้านกว่าเก่า เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ สารลดแรงตึงผิว ปรอท เป็นต้น ที่สำคัญอย่าลืมรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ นอนหลับพักผ่อนให้ครบ 6-8 ชั่วโมง/วัน เพียงเท่านี้ผิวสุขภาพดีก็จะเป็นของสาวๆแล้วละค่ะ

Powered by MakeWebEasy.com